ทำไมไมค์ประชุมถึงมีหลายประเภท และทำไมถึงต้องเลือกให้ถูกประเภท?

     รู้หรือไม่ อุปกรณ์และระบบในห้องประชุมที่ไม่สามารถขาดไปได้เลยทั้งในงานสัมมนา งานประชุมในหน่วยงานรัชกาล และงานประชุมสัมนาระดับสูงในปัจจุบันคือ ระบบไมโครโฟนสำหรับการประชุมและสัมมนา และเสียงตามสาย คุณอาจสงสัยว่า ทำไมไมค์สำหรับการประชุมถึงต้องแบ่งแยกประเภทการใช้งาน โครงสร้างการทำงานของไมค์เป็นแบบไหน และถ้าต้องเลือกซื้อควรเลือกไมโครโฟนยี่ห้ออะไรจึงจะเหมาะสมที่สุด ในบทความนี้ทาง Soundbro จะมาตอบคำถามของคุณ 

ประเภทของไมค์ประชุม

     ประเภทของไมค์ประชุมแต่ละระบบแบ่งตามลักษณะการใช้งานของประเภทนั้นๆอย่างชัดเจนเพราะว่า ระบบเสียงตามสายในแต่ละระบบนั้นส่งสัญญาคลื่นความถี่ที่แตกต่างกัน รวมถึงการติดตั้งที่จะอยู่ที่ตัวเลือกของผู้ใช้งานด้วยว่าต้องการระบบที่ครอบคลุมระบบการประชุมอะไรบ้าง ซึ่งเราได้แบ่งประเภทระบบของไมค์สำหรับประชุม ดังนี้

 

ระบบมีสาย (Wired Conference System)

     ในยุคที่การสื่อสารภายในองค์กรถือเป็นสิ่งสำหรับการเลือกใช้ระบบ ที่ต้องมีความเสถียรและสำหรับห้องประชุมมักมีการติดตั้งแบบถาวร ซึ่งไมโครโฟนมีสายนั้นได้รับความนิยมมาก เนื่องจากมีคุณภาพเสียงที่ดี และยังมีความสามารถป้องกันเสียงสะท้อนและกรองเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมได้อีกด้วย 

 

     ข้อดีของไมค์ประชุมมีสาย สำหรับอุปกรณ์ประเภทมีสายนั้นไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเเบตเตอรี่ที่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางคัน ซึ่งช่วยให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังมีความทนทานสูง ทำให้อายุการใช้งานยาวนานกว่าเมื่อเทียบกับระบบที่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ นอกจากนี้ การใช้ระบบมีสายช่วยลดความเสี่ยงจากสัญญาณรบกวน อีกทั้งอายุการใช้งานนั้นยังยาวนานกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับระบบที่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ 

     ซึ่งคุณสมบัติทั้งหมดนี้ ระบบประชุมแบบใช้สายจึงยังคงเป็นที่ต้องการสำหรับห้องประชุมทั้งในภาคเอกชน กับ หน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานที่ต้องการความเสถียรของสัญญาณ และคุณภาพเสียงที่ดีตลอดการประชุม

 

ระบบไร้สาย (Wireless Conference System)

     ไมโครโฟนที่ได้รับการออกแบบมาให้เป็นอุปกรณ์สำหรับงานที่ต้องการความยืดหยุ่นและคล่องตัว เช่น การสัมมนา การฝึกอบรม ในห้องประชุมและหอประชุม ซึ่งจะจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัฑ์ที่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีและคุณสัมบัติที่มีความทันสมัย 

 

     ข้อดีของไมค์ประชุมไร้สาย มีความยืดหยุ่นในการเคลื่อนไหวของอุปกรณ์ไร้สาย ทำให้ให้ผู้เข้าร่วมไม่ต้องคำนึงถึงตำแหน่งที่นั่ง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสายสัญญาณ นอกจากนี้ยังช่วยจัดระเบียบของห้องประชุมให้ดูเป็นระเบียบ เนื่องจากไม่มีสายสัญญาณหรือสายไฟ อีกทั้งตัวอุปกรณ์ไร้สายยังง่ายต่อการติดตั้งและจัดเก็บ และประหยัดเวลาในการเตรียมการประชุม 

     ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมานั้น ยังรวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ ที่มีความทันสมัย เช่น การบันทึกเสียงระหว่างการประชุม การลงคะแนนเสียง และระบบที่เป็นเอกลักษณ์เลย คือ ระบบป้องกันเสียงรบกวนโดย ใช้การประมวลผลจากอัลกอริทึม เพื่อกรองเสียงพื้นหลัง อย่างเช่น เสียงลม สะท้อน หรือเสียงอื่นๆ ที่ทำให้เสียงของผู้พูดไม่ชัดเจน และระบบเชื่อมต่อภายนอกที่รองรับระบบ Video conference ซึ่งมีองค์ประกอบอย่างระบบควบคุมของห้อง การใช้อุปกรณ์ร่วมกับซอฟต์แวร์ประชุม อย่างเช่น Zoom,Teams, Meet

 

โครงสร้างของระบบไมโครโฟนประชุม 

     สำหรับไมโครโฟนสำหรับการประชุมมักใช้ใน ห้องประชุม หอประชุมโรงเรียน ห้องสัมมนา ห้องเรียน รัฐสภา ซึ่งสถานที่เหล่านี้มีทั้งขนาดของห้องที่มีตั้งแต่เล็กไปถึงห้องประชุมขนาดใหญ่ ทำให้มีอุปกรณ์สำหรับประชุมหลักจะประกอบด้วย ก้านไมค์โครโฟน ฐานไมค์ สายเชื่อมต่อ ชุดควบคุมไมค์ สิ่งเหล่าเป็นหัวใจสำคัญของการประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ก้านไมโครโฟน (Gooseneck)

     ในส่วนของหัวไมค์นั้นเป็นส่วนแรกของการรับเสียงจากผู้พูด ที่มักใช้แบบที่ไวต่อเสียงและคมชัด ซึ่งก็รวมถึงตัวก้านของไมค์ด้วยที่ผู้ใช้สามารถเลือกได้ทั้งแบบ สั้นและยาว โดยเลือกจากความเหมาะสมและความต้องการของผู้ใช้ 

ฐานไมโครโฟน (Microphone base)

     ในเมื่อมีตัวรับเสียงเเล้วก็ต้องมีเครื่องที่จะใช้ฟีเจอร์ที่เป็นการทำงานที่จะเป็นตัวออกคำสั่งให้แก่ตัวไมโครโฟนตัวนั้นที่มาพร้อมกับปุ่มคำสั่งอย่างการเปิด/ปิดไมค์ บันทึก โหวต และในบางตัวมีลำโพงและช่องหูฟังในตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งไมโคโฟนการประชุมของส่วนประธานสามารถใช้คำสั่งอย่างเปิด/ปิดไมโครโฟนผู้ร่วมประชุมได้

สายเชื่อมต่อ (Connection cable)

     สำหรับสายเชื่อมต่อในประเภทของไมค์ประชุมมีความสำคัญอย่างมากโดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภท ที่จะมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป คือ ระบบอนาล็อก หรือ ระบบดิจิทัล ซึ่งข้อดี ของสายเชื่่อมต่อนั้นมีประโยชน์อย่างมากต่อการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่เป็นระบบได้อีกมากมาย 

สายเชื่อมต่อระบบอนาล็อก (Analog connection cable)

     เมื่อมีระบบรูปแบบอนาล็อกมาเกี่ยวข้องก็ต้องมีสายเพื่อเชื่อมต่อเพื่อส่งสัญญาณ นั้นจึงทำให้ในระบบอนาล็อกจึงต้องพึ่งพาสายเฉพาะทาง XLR เพราะเนื่องจากมีความทนทานและลดสัญญาณรบกวนได้ดี หรือยังสามารถใช้การเชื่อมต่อรูปแบบ Daisy chain ได้เช่นกัน 

สายเชื่อมต่อระบบดิจิทัล (Digital connectivity cable)

     ในเมื่อมีแบบอนาล็อกแล้วในส่วนของดิจิทัลนั้นสามารถใช้สายอย่าง LAN หรือ Cat5e ได้ในการเชื่อมต่อที่สามารถส่งได้ทั้ง เสียง ข้อมูล เลี้ยงไฟ ซึ่งมีประโยชน์และจุดเด่นอย่างความเสถียรของสัญญาณ, ติดตั้งได้ง่าย และรองรับการขยายหลายยูนิต ดังนั้นสาย LAN ถือเป็นหัวใจหลักสำคัญ และมีองค์ประกอบเสริมยังคงเป็น USB และ XLR เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายและเชื่อมต่อกับระบบเสียงและระบบประชุมอื่นๆ ได้อย่างครบถ้วน

 

ควรเลือกใช้แบรนด์ไมโครโฟนอะไรจึงจะเหมาะสมที่สุด? 

     การเลือกไมโครโฟนถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้งาน โดยมีหลายปัจจัยที่ควรพิจารณา เช่น คุณสมบัติของตัวไมค์ ความสะดวกในการติดตั้งหรือเหมาะกับห้องประเภทอะไร รวมถึงงบประมาณที่ใช้ในการจัดซื้อ ในหัวข้อนี้เราจะมาแนะนำไมโครโฟนสำหรับการประชุมที่ Soundbro ได้คัดสรรมาอย่างดี ซึ่งโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพเสียงและมาพร้อมราคาที่ย่อมเยา

  1. ไมโครโฟนประชุมมีสาย DCS-2000
  2. ไมโครโฟนประชุมมีสาย TOA TS-D1100-MC
  3. ไมโครโฟนประชุมใช้สาย Bosch CCSD-DL/CM
 

 1. ไมโครโฟนประชุมมีสาย DCS-2000

  • ไมโครโฟนมีสายที่รองรับห้องประชุมขนาดใหญ่ ที่มีระบบสำหรับป้องกันเสียงหอน 
  • ตัวไมโครโฟนมีหน่วยสำหรับ ประธาน (Chairman) และ ผู้ร่วมประร่วมประชุม (Delegate) แยกอย่างชัดเจน
  • การติดตั้งที่ง่ายดายโดย เชื่อมต่อรูปแบบ Daisy-Chain เพื่อขยายยูนิตได้ 
  • มีฟังก์ชันอย่าง ติดตามผู้พูด (Camera Tracking) ที่รองรับกล้องได้ 4 ตัวในรูปแบบ Full HD และยังมีระบบโหวต (Voting) และลงชื่อภายในระบบประชุม
  • เหมาะกับ ห้องประชุมใหญ่ สภา และหน่วยงานราชการ
  • งบประมาณในการติดตั้งประมาณ 11,900 บาท ต่อตัว หรือ สอบติดต่อสอบถามราคาพิเศษกับทาง Soundbro ได้เลย ทางเราพร้อมให้คำปรึกษาด้านเสียงตามสาย และระบบชุดประชุม

 

Soundvision DCS 2000D Side Soundbro Logo

ไมโครโฟนประชุมมีสาย DCS-2000

  1. ไมโครโฟนประชุมมีสาย TOA TS-D1100-MC

     

  • ไมโครโฟนมีสายที่มาพร้อมไมโครโฟนคอห่านและสามารถเชื่อมต่อกับระบบประชุมดิจิทัล ผ่านสายเคเบิลอย่าง CAT5e และ STP 
  • ตัวฐานไมค์มาพร้อมระบบสถานะ เป็นไฟแสดงสถานะกับเสียงพูดทั้ง Active/Mute/Standby
  • รองรับการบันทึกเสียงเป็น MP3 
  • รองรับการใช้งานแบบ Hybrid Conference โดยเชื่อมต่อกับ PC โดยตรงและระบบออนไลน์ผ่าน USB audio interface
  • สามารถเชื่อมต่อได้ถึง 32 หน่วยและสูงสุดได้ 246 หน่วย โดยใช้ Sub control units สูงสุด 5 ยูนิต
  • เหมาะกับ ห้องประชุมขนาดกลาง ระบบประชุมออนไลน์ ห้องประชุมในโรงแรม อาคารสำนักงาน โรงเรียน และสถานที่ราชการ
  • งบประมาณในการติดตั้งประมาณ 12,800 บาท ต่อตัว หรือ สอบติดต่อสอบถามราคาพิเศษกับทาง Soundbro ได้เลย ทางเราพร้อมให้คำปรึกษาด้านเสียงตามสาย และระบบชุดประชุม
TOA TS D1100 MC Main Soundbro

ไมโครโฟนประชุมมีสาย TOA TS-D1100-MC

  1. ไมโครโฟนประชุมใช้สาย Bosch CCSD-DL/CM

     

  • ตัวไมโครโฟนรุ่นนี้มีลักษณะเด่นที่สามารถใช้งานแบบ Plug & Play โดยไม่มีความซับซ้อนของการตั้งค่า 
  • ระหว่าง CCSD-DL มีปุ่มสำหรับคำสั่งแยกประเภทกันระหว่างตัว ผู้ร่วมประชุมกับประธาน อย่างชัดเจน
  • ตัวไมค์ยังมีระบบอย่างการป้องกันคลื่นรบกวนจากโทรศัพท์มือถือ เพื่อลดปัญหาเสียงติดขัดหรือมีโทรศัพท์อยู่ใกล้ไมค์ 
  • ในส่วนของไมค์ประธาน นั้นมีปุ่มอย่าง Priority ที่มาพร้อมเสียงแจ้งเตือน เพื่อเป็นเสียงประกาศเตือนระหว่างประชุม 
  • ในการติดตั้งตัวไมค์ ด้วบการเชื่อมต่อด้วยรูปแบบ Daisy-Chain โดยใช้สาย CAT5e ได้เป็นต้น
  • เหมาะกับห้องประชุมขนาดกลาง อย่างเช่น ห้องประชุม ห้องสัมมนา ห้องสัมมนาโรงแรม อาคารราชการ ห้องประชุมเทศบาล และ ห้องประชุมสภาท้องถิ่น
  • งบประมาณในการติดตั้งประมาณ 16,400 บาท ต่อตัว หรือ สอบติดต่อสอบถามราคาพิเศษกับทาง Soundbro ได้เลย ทางเราพร้อมให้คำปรึกษาด้านเสียงตามสาย และระบบชุดประชุม
BOSCH CCS 1000D CCSD DL D 48CM Main Soundbro

ไมโครโฟนประชุมใช้สาย Bosch CCSD-DL/CM

ประเภทระบบ ข้อดี ข้อจำกัด
ระบบมีสาย
  • มีสัญญาณที่เสถียร
  • คุณภาพเสียงที่ดี
  • ความทนทานที่สูง
  • ไม่ต้องดูแลแบตเตอรี่
  • ปลอดภัยจากสัญญาณรบกวนและการดักฟัง
  • ง่ายต่อการซ่อมแซมและการติดตั้ง
  • มีราคาต่ำ
  • ต้องเดินสายเชื่อมต่อ ทำให้การติดตั้งมีความซับซ้อน และอาจต้องคำนึงขนาดห้องหรือช่องทางการเดินสาย
  • การเคลื่อนย้ายตำแหน่งไมค์อาจไม่ยืดหยุ่น
  • หากใช้ระบบขนาดใหญ่ อาจจะต้องใช้สายเชื่อมต่อจำนวนมาก
ระบบไร้สาย
  • ติดตั้งง่าย ไม่มีสายไฟให้เกะกะ
  • เคลื่อนย้ายสะดวก เหมาะกับการใช้งานแบบชั่วคราว
  • มีความยืดหยุ่นสูงในการจัดวางไมค์
  • คุณภาพเสียงสมจริงและชัดเจนในระยะสัญญาณที่กำหนด
  • มีฟีเจอร์เสริม เช่น การเชื่อมต่ออัตโนมัติ
  • อาจมีสัญญาณรบกวนหรือหลุดเกิดขึ้นได้
  • แบตเตอรี่ต้องชาร์จและดูแลรักษา ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • มีราคาสูงกว่าระบบมีสาย

สรุปว่าคุณควรเลือกใช้ไมค์ประชุมประเภทใด? 

สำหรับทาง Soundbro อยากแนะนำการติดตั้งที่คำนึงถึงสถานที่ที่ผู้ใช้ต้องการติดตั้งมากกว่า เนื่องจาก ต้องคำนวนปริมาณผู้ร่วมประชุมและกรรมการ และโครงสร้างห้องประชุมที่มีขนาดเล็ก กลาง หรือ ใหญ่ เนื่องด้วยพื้นที่ห้องประชุมต้องสำรวจหลายปัจจัย ซึ่งถ้าติดตั้งผิดพลาดอาจส่งผลถึงประสบการณ์ของผู้ใช้งานอีกด้วย และคำนึงถึงความปลอดภัยของการใช้งานด้วยเช่นกัน