Description
WHARFEDALE PRO DR6000
PROFESSIONAL POWER AMPILIFIER

ซีรีส์ DR เป็นโซลูชันเครื่องขยายเสียงที่แข็งแกร่ง และทนทาน เหมาะสำหรับการติดตั้งถาวรหรือใช้ในระบบเสียงสด ทุกที่ที่ต้องการพลังเสียงที่คุ้มค่า เชื่อถือได้ ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ทรงพลัง ความทนทานที่ยอดเยี่ยม โดยอยู่ในโครงสร้างตัวถังเหล็กแบบ 2U ที่แข็งแรงทนทาน ในระบบโหลด 4 โอห์ม รุ่น DR4800 ให้กำลังขับ 2500 วัตต์ต่อแชนแนล ส่วน DR6000 ให้กำลังที่มากกว่า คือ 3150 วัตต์ต่อแชนแนล ซึ่งเพียงพอสำหรับสภาพแวดล้อมเสียงที่ต้องการพลังงานสูง
ในด้านการเชื่อมต่อ เครื่องทั้งสองรุ่นมีอินพุต XLR พร้อมลิงก์ (Link) และเอาต์พุตแบบ speakON™ เพื่อความมั่นใจในความเสถียรของสัญญาณ นอกจากนี้ยังสามารถปรับความไวของอินพุตได้ (0.775V, 1V หรือ 35dB) เพื่อให้เหมาะกับความต้องการของระบบเสียง
รองรับช่วงความถี่กว้างตั้งแต่ 20 Hz ถึง 20 kHz เพื่อรักษาคุณภาพเสียงให้ใสเคลียร์และลดความเพี้ยน (THD < 0.05%) ด้วยระบบระบายความร้อนขั้นสูงและวงจรป้องกันอัจฉริยะที่ช่วยป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรและความร้อนสูงเกินไป เครื่องขยายเสียงทั้งสองรุ่นจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเสถียร ความทนทาน และประสิทธิภาพในการทำงานที่สม่ำเสมอ

หม้อแปลงขนาดใหญ่
ซีรีส์ DR ถูกออกแบบโดยใช้หม้อแปลงแบบเทอร์รอยด์ขนาดใหญ่ และแข็งแรงเป็นแกนหลัก หม้อแปลงนี้ช่วยให้เครื่องสามารถจ่ายพลังงานได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่ต้องการกำลังสูงแบบฉับพลัน ส่งผลให้ได้ไดนามิกของเสียงที่ดีขึ้น

ระบบป้องกัน (Protection)
เครื่องขยายเสียงในซีรีส์ DR มาพร้อมกับวงจรป้องกันที่ครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าจะเกิดปัญหาใดกับสายสัญญาณภายนอก, กระแสไฟ AC หรือแม้แต่ลำโพง เครื่องขยายเสียงจะสามารถป้องกันตัวเองและอุปกรณ์รอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไฟ LED ที่แผงด้านหน้าจะแสดงสถานะทันที และชัดเจน หากเกิดปัญหาภายนอก ไฟ LED สีแดง ‘Fault’ จะสว่างขึ้น และเครื่องจะเข้าสู่โหมดป้องกัน (Protection mode) จากนั้นผู้ใช้สามารถกดปุ่ม ‘Breaker’ ที่อยู่ด้านหลังเครื่องเพื่อรีเซ็ตระบบได้ หลังจากตรวจสอบ และแก้ไขสาเหตุของปัญหาภายนอกเรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีไฟ LED แสดงสถานะ ‘Clip’ ที่มองเห็นได้จากแผงด้านหน้า ทำให้สามารถตรวจสอบสถานะของเครื่องได้อย่างง่ายดาย แม้อยู่ในระยะไกล

ด้านหลังของเครื่อง
ที่ด้านหลังของ DR จะมีช่องอินพุตและเอาต์พุตแบบบาลานซ์ พร้อมสวิตช์สำหรับตั้งค่าการทำงานต่าง ๆ จุดเด่นที่สะดวกคือมีช่อง XLR Link เอาต์พุต 2 ช่อง ซึ่งช่วยให้สามารถเชื่อมต่อแอมป์หลายตัวแบบ “daisy chain” ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้สายแพตช์หรือสายเคเบิลมากเกินไป นอกจากนี้ยังมีสวิตช์เลือกความไวของอินพุต ซึ่งสามารถปรับได้ระหว่าง 0.775V, 1V และ 35dB
สวิตช์หลักสำหรับเลือกโหมดการทำงาน (Bridge / Stereo / Parallel) ก็อยู่ด้านหลังเช่นกัน:
- โหมด STEREO: ให้แชนแนลทั้งสองทำงานแยกจากกันโดยอิสระ สัญญาณจากอินพุต CH1 จะออกที่ CH1 และสัญญาณจากอินพุต CH2 จะออกที่ CH2
- โหมด BRIDGE: ใช้เฉพาะเอาต์พุตของ CH1 โดยใช้ขั้ว +1 = + / +2 = – การควบคุมระดับเสียงจะทำผ่านปุ่มปรับของ CH1
- โหมด PARALLEL: สัญญาณจากอินพุต CH1 จะถูกส่งไปยังเอาต์พุตทั้ง CH1 และ CH2 โดยอินพุตของ CH2 จะไม่ทำงาน แต่สามารถปรับระดับเสียงของแต่ละแชนแนลได้แยกกันอย่างอิสระ
คุณสมบัติ
-
2 แชนแนล
- กำลังขับต่อแชนแนลที่โหลด 8 Ω : 1850 วัตต์
- กำลังขับต่อแชนแนลที่โหลด 4 Ω : 3150 วัตต์
- กำลังขับช่วงสั้น (Burst Power) 40 มิลลิวินาที ที่ 2 แชนแนล, โหลด 4 Ω, 1 KHz : 3900 วัตต์
- กำลังขับในโหมดบริดจ์ที่โหลด 8 Ω : 4700 วัตต์
- การตอบสนองความถี่ : 20 Hz – 20 KHz, +0/-0.75 dB
- แอมป์ประเภท : Class D











